ค่าใช้จ่ายรถยนต์ 1 คันต่อปี (แบบผ่อนหมดแล้ว) มักอยู่ที่ราว 50,000 ถึง 80,000 บาท เมื่อรวมประกัน พ.ร.บ. ภาษี น้ำมัน และค่าบำรุงรักษา และถ้ายังผ่อนอยู่ให้บวกค่างวดอีกราว 80,000 ถึง 120,000 บาทต่อปี ยังมีค่าเสื่อมราคาที่คนมักลืมคิดอีก บทความนี้แจกแจงทุกรายการพร้อมตัวอย่างคำนวณจริงปี 2569 และวิธีรับมือเมื่อค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่มาพร้อมกัน


มีรถคิดว่าจ่ายแค่ค่าผ่อน? จริงๆ มีมากกว่านั้นเยอะ

หลายคนตัดสินใจซื้อรถโดยดูแค่ค่างวดต่อเดือนว่าผ่อนไหวไหม แต่ค่าใช้จ่ายรถยนต์ต่อปีจริงๆ มีอีกหลายรายการที่ซ่อนอยู่ ทั้งประกัน พ.ร.บ. ภาษี น้ำมัน ค่าเช็กระยะ ค่าซ่อม ไปจนถึงค่าเสื่อมราคาที่มองไม่เห็นแต่กินเงินมากที่สุด

การรู้ตัวเลขรวมที่แท้จริงสำคัญมาก เพราะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ถูก ไม่ต้องตกใจเวลาค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่มาพร้อมกัน และตัดสินใจได้ดีขึ้นว่ารถคันนี้คุ้มกับรายได้ของคุณหรือไม่

บทความนี้จะแจกแจงค่าใช้จ่ายรถยนต์ต่อปีทุกรายการ แยกเป็นค่าใช้จ่ายคงที่กับค่าใช้จ่ายผันแปร พร้อมตัวเลขจริงปี 2569 และตัวอย่างคำนวณรถเก๋ง 1 คันให้เห็นภาพชัดเจน

มีรถ 1 คัน ค่าใช้จ่ายต่อปีเท่าไหร่?

รถเก๋ง 1 คันที่ผ่อนหมดแล้ว มีค่าใช้จ่ายต่อปีราว 50,000 ถึง 80,000 บาท เมื่อรวมประกัน พ.ร.บ. ภาษี ค่าน้ำมัน และค่าบำรุงรักษา ถ้ายังผ่อนอยู่ให้บวกค่างวดอีกราว 80,000 ถึง 120,000 บาทต่อปี และอย่าลืมค่าเสื่อมราคาที่เป็นต้นทุนแฝงอีกก้อนใหญ่

ตัวเลขนี้ต่างกันได้มากตามรุ่นรถ ขนาดเครื่องยนต์ พฤติกรรมการขับ และว่ารถยังผ่อนอยู่หรือไม่ เพื่อให้เข้าใจที่มา เรามาดูทีละรายการกันว่าเงินหายไปกับอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายคงที่ที่ต้องจ่ายทุกปี

ค่าใช้จ่ายคงที่คือรายการที่ต้องจ่ายแน่นอนไม่ว่าจะขับมากหรือน้อย ได้แก่ ค่าผ่อนรถ ประกันภัย พ.ร.บ. และภาษีรถยนต์

ค่าผ่อนรถ

ถ้ายังผ่อนอยู่ นี่คือก้อนใหญ่ที่สุด รถเก๋งราคาประมาณ 600,000 ถึง 800,000 บาท ค่างวดมักอยู่ที่ราว 8,000 ถึง 10,000 บาทต่อเดือน หรือราว 100,000 บาทต่อปี ถ้าวันหนึ่งเริ่มผ่อนไม่ไหว ควรรีบหาทางแก้ก่อนรถโดนยึด หนึ่งในทางที่ทำได้คือการจัดการรถที่ติดไฟแนนซ์ให้ถูกวิธี

ประกันภัยรถยนต์

เบี้ยประกันขึ้นอยู่กับชั้นความคุ้มครองและทุนประกัน โดยประกันชั้น 1 ของรถเก๋งทั่วไปมักอยู่ที่ราว 12,000 ถึง 20,000 บาทต่อปี ส่วนประกันชั้น 2+ หรือ 3+ จะถูกกว่า อยู่ที่ราว 6,000 ถึง 10,000 บาท และชั้น 3 ถูกที่สุด การเลือกชั้นประกันให้เหมาะกับอายุและการใช้งานรถช่วยประหยัดได้มาก

พ.ร.บ. รถยนต์

พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับที่ทุกคันต้องมี อัตราคงที่ตามประเภทรถ โดยข้อมูลค่า พ.ร.บ.ระบุว่า รถเก๋งและกระบะ 4 ประตูส่วนบุคคลอยู่ที่ 645.21 บาทต่อปี รถกระบะ 2 ประตูอยู่ที่ 967.28 บาท และรถตู้อยู่ที่ 1,182.35 บาท ถือเป็นรายการที่ถูกที่สุดในบรรดาค่าใช้จ่ายประจำปี

ภาษีรถยนต์ (ค่าต่อทะเบียน)

ภาษีรถยนต์เก๋งและกระบะ 4 ประตูคำนวณจากขนาดเครื่องยนต์ (ซีซี) ตามหลักการคำนวณภาษีรถยนต์ดังนี้ 600 ซีซีแรกคิด 0.50 บาทต่อซีซี, 601 ถึง 1,800 ซีซีคิด 1.50 บาทต่อซีซี และส่วนที่เกิน 1,800 ซีซีคิด 4 บาทต่อซีซี

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ รถ Toyota Vios เครื่อง 1,500 ซีซี เสียภาษีปีละ 1,650 บาท, Honda Civic เครื่อง 1,800 ซีซี เสียปีละ 2,100 บาท และกระบะ Isuzu D-Max เครื่อง 2,500 ซีซี เสียปีละประมาณ 4,900 บาท

ข่าวดีคือ รถยิ่งเก่ายิ่งได้ส่วนลดภาษี โดยรถอายุเกิน 6 ปีลด 10% และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนรถอายุ 10 ปีขึ้นไปลดถึง 50% แต่รถที่อายุเกิน 7 ปีต้องผ่านการตรวจสภาพ (ตรอ.) ก่อน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายราว 200 บาท

หมายเหตุ ข่าวภาษีรถใหม่ปี 2569 ที่ทำให้รถน้ำมันแพงขึ้นนั้นเป็นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถป้ายแดงคันใหม่เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับภาษีประจำปีของรถคันเดิมที่คุณใช้อยู่

ค่าใช้จ่ายผันแปรตามการใช้งาน

ค่าใช้จ่ายผันแปรคือรายการที่ขึ้นอยู่กับว่าคุณขับมากแค่ไหนและดูแลรถดีไหม ยิ่งขับเยอะยิ่งจ่ายเยอะ

ค่าน้ำมันหรือค่าชาร์จ

สำหรับคนขับในเมืองทั่วไป ค่าน้ำมันมักอยู่ที่ราว 2,500 ถึง 4,000 บาทต่อเดือน หรือราว 30,000 ถึง 48,000 บาทต่อปี รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จะประหยัดค่าพลังงานกว่ามากถ้าชาร์จที่บ้าน แต่ก็ต้องดูค่าไฟที่เพิ่มขึ้นด้วย

ค่าบำรุงรักษาและเช็กระยะ

การเช็กระยะตามศูนย์หรืออู่ครั้งละราว 2,000 ถึง 5,000 บาท ปีละ 1 ถึง 2 ครั้ง รวมแล้วราว 4,000 ถึง 10,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับระยะทางและรุ่นรถ การดูแลตามระยะช่วยป้องกันค่าซ่อมก้อนใหญ่ในอนาคต

ค่าซ่อมและค่าใช้จ่ายจิปาถะ

รวมทั้งค่าเปลี่ยนยาง แบตเตอรี่ ผ้าเบรก รวมถึงค่าที่จอดรถและค่าทางด่วน ซึ่งเฉลี่ยแล้วอาจอยู่ที่ราว 10,000 ถึง 20,000 บาทต่อปี และถ้ารถเริ่มเก่า ค่าซ่อมจะยิ่งสูงขึ้น จนบางครั้งต้องตัดสินใจว่าจะซ่อมต่อหรือเปลี่ยนรถ

ค่าเสื่อมราคา ต้นทุนที่คนมีรถมักลืมคิด

ค่าเสื่อมราคาคือมูลค่ารถที่ลดลงทุกปี และมักเป็นต้นทุนที่ใหญ่ที่สุดแต่มองไม่เห็น โดยทั่วไปรถใหม่มูลค่าจะหายไปราว 15 ถึง 20% ในปีแรก และเฉลี่ยราว 10% ต่อปีในช่วงถัดมา หมายความว่ารถราคา 700,000 บาทอาจเสียมูลค่าแสนกว่าบาทตั้งแต่ปีแรก

แม้ค่าเสื่อมจะไม่ใช่เงินที่จ่ายออกจากกระเป๋าโดยตรง แต่มันคือต้นทุนจริงที่คุณจะรู้สึกตอนขายรถต่อ ดังนั้นการเลือกซื้อรถที่มูลค่าตกช้าจึงช่วยประหยัดเงินในระยะยาวได้มาก

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายรถเก๋ง 1 คันต่อปี

เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดเจน นี่คือตัวอย่างค่าใช้จ่ายต่อปีของรถเก๋ง 1,500 ซีซี ที่ผ่อนหมดแล้ว อายุประมาณ 5 ปี ใช้งานในเมืองปกติ

รายการประมาณการต่อปี (บาท)
ประกันชั้น 114,000
พ.ร.บ.645
ภาษีรถยนต์ (1,500 ซีซี)1,650
ค่าน้ำมัน30,000
เช็กระยะ/บำรุงรักษา6,000
ซ่อมเล็กน้อย ยาง แบต ที่จอด ทางด่วน12,000
รวม (ไม่รวมค่าผ่อนและค่าเสื่อม)ประมาณ 64,000

จะเห็นว่าแค่ค่าใช้จ่ายพื้นฐานก็แตะ 6 หมื่นกว่าบาทต่อปีแล้ว และถ้ายังผ่อนอยู่ ให้บวกค่างวดอีกราว 100,000 บาท รวมเป็นเกือบ 170,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละราว 14,000 บาท

ค่าใช้จ่ายรถก้อนใหญ่มาพร้อมกัน ถ้าเงินไม่พอทำยังไง?

ปัญหาที่คนมีรถเจอบ่อยคือ ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่มักมาพร้อมกัน เช่น ต่อประกัน ต่อภาษี และค่าซ่อมใหญ่ในเดือนเดียวกัน ทางแก้ที่ดีคือกันเงินสำรองไว้ล่วงหน้า แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ และมีรถเป็นหลักประกัน การจำนำรถจอดก็เป็นทางหาเงินก้อนที่เร็วที่สุดทางหนึ่ง

วิธีวางแผนที่ดีคือ หารค่าใช้จ่ายรายปีออกเป็นรายเดือน แล้วกันเงินส่วนนั้นไว้ในบัญชีแยกต่างหาก เช่น ถ้าค่าใช้จ่ายรถปีละ 64,000 บาท ให้กันเดือนละราว 5,300 บาท พอถึงเวลาต่อประกันหรือซ่อมก็มีเงินพร้อมจ่าย ไม่ต้องไปกู้

แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันแล้วเงินสำรองไม่พอ ทางเลือกหนึ่งคือการจำนำรถจอด ซึ่งใช้ตัวรถเป็นหลักประกัน อนุมัติได้ภายในวัน ไม่เช็กบูโร และไม่ต้องมีคนค้ำ เหมาะกับคนที่มีรถคันที่ 2 หรือมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เป็นหลักประกันได้ ทั้งนี้ควรดูวิธีคำนวณดอกเบี้ยให้ชัดและเลือกทางที่จ่ายคืนไหวเสมอ

สรุป: รู้ค่าใช้จ่ายจริง วางแผนได้ ไม่สะดุด

ค่าใช้จ่ายรถยนต์ต่อปีไม่ได้มีแค่ค่าผ่อน แต่รวมประกัน พ.ร.บ. ภาษี น้ำมัน ค่าบำรุงรักษา และค่าเสื่อมราคา รวมแล้วเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ควรวางแผนล่วงหน้า ยิ่งคุณรู้ตัวเลขจริงและกันเงินสำรองไว้ ก็ยิ่งจัดการได้ราบรื่น ไม่ต้องร้อนเงินเวลาค่าใช้จ่ายมาพร้อมกัน

และถ้าวันหนึ่งต้องการเงินก้อนด่วนและมีรถเป็นหลักประกัน ปรึกษา Jumnumforcash ฟรี รับจำนำรถยนต์ทุกประเภท อนุมัติไวภายในวัน ไม่เช็กบูโร ไม่ต้องมีคนค้ำ รถติดไฟแนนซ์ก็ทำได้ ดอกเบี้ยเป็นธรรมตามกฎหมาย มีที่จอดในร่มปลอดภัย ดูแลโดยเจ้าหน้าที่มืออาชีพ


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มีรถ 1 คัน ค่าใช้จ่ายต่อปีประมาณเท่าไหร่?

รถเก๋งที่ผ่อนหมดแล้วมีค่าใช้จ่ายต่อปีราว 50,000 ถึง 80,000 บาท เมื่อรวมประกัน พ.ร.บ. ภาษี น้ำมัน และค่าบำรุงรักษา ถ้ายังผ่อนอยู่ให้บวกค่างวดอีกราว 80,000 ถึง 120,000 บาทต่อปี และยังมีค่าเสื่อมราคาเป็นต้นทุนแฝงอีก ตัวเลขจริงต่างกันตามรุ่นรถและการใช้งาน

ค่าต่อภาษีรถยนต์กับ พ.ร.บ. รวมกันเท่าไหร่?

สำหรับรถเก๋งเครื่อง 1,500 ซีซี ค่า พ.ร.บ. อยู่ที่ 645 บาท และภาษีรถยนต์ราว 1,650 บาท รวมประมาณ 2,300 บาทต่อปี ส่วนรถเครื่องใหญ่กว่าจะแพงขึ้นตามขนาดซีซี และรถที่อายุเกิน 6 ปีจะได้ส่วนลดภาษีตั้งแต่ 10% ถึง 50%

ภาษีรถยนต์คำนวณยังไง?

รถเก๋งและกระบะ 4 ประตูคิดจากขนาดเครื่องยนต์ โดย 600 ซีซีแรกคิดซีซีละ 0.50 บาท, 601 ถึง 1,800 ซีซีคิดซีซีละ 1.50 บาท และส่วนเกิน 1,800 ซีซีคิดซีซีละ 4 บาท เช่น รถ 1,500 ซีซี เสียภาษี 1,650 บาทต่อปี รถยิ่งเก่ายิ่งได้ส่วนลด

ภาษีรถใหม่ปี 2569 ทำให้รถคันเดิมจ่ายแพงขึ้นไหม?

ไม่ ข่าวภาษีรถใหม่ปี 2569 ที่ทำให้รถน้ำมันแพงขึ้นนั้นเป็นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถป้ายแดงคันใหม่ที่วางขายในปี 2569 เท่านั้น รถคันเดิมที่คุณใช้อยู่ยังคงจ่ายภาษีประจำปีในอัตราเดิมตามขนาดเครื่องยนต์

ค่าใช้จ่ายรถมาพร้อมกันทีเดียว ถ้าเงินไม่พอทำยังไง?

ทางที่ดีที่สุดคือกันเงินสำรองล่วงหน้าด้วยการหารค่าใช้จ่ายรายปีเป็นรายเดือน แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันและเงินไม่พอ คุณที่มีรถคันที่ 2 หรือมอเตอร์ไซค์สามารถจำนำรถจอดเพื่อรับเงินก้อนได้ภายในวัน โดยไม่เช็กบูโร เลือกทางที่ดอกเบี้ยเหมาะสมและจ่ายคืนไหว และหลีกเลี่ยงเงินกู้นอกระบบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *