รถยนต์ไฟฟ้าราคาในปี พ.ศ. 2569 และค่างวดผ่อนชำระรถไฟฟ้าต่อเดือน
“อยากเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่กลัวผ่อนไม่ไหว” เป็นคำถามยอดฮิตของผู้บริโภคในปี พ.ศ. 2569 แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะมีความทันสมัย ช่วยประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลที่สำคัญของผู้บริโภค คือ ภาระค่าใช้จ่าย ค่างวดผ่อนชำระรถไฟฟ้าต่อเดือน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญหลักในการประกอบการตัดสินใจซื้อ ดังนั้น การประเมินภาระผ่อนชำระรายเดือน จึงจำเป็นต้องพิจารณาควบคู่กับภาพรวมราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งมีความหลากหลายตามขนาด ประเภท และระดับอุปกรณ์ของรถยนต์
ภาพรวมราคารถไฟฟ้าปี พ.ศ. 2569
ในปี พ.ศ. 2569 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อันเป็นผลจากมาตรการส่งเสริมด้านภาษีและนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ ซึ่งปัจจัยดังกล่าว
มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการลงทุน การผลิต และการบริโภคภายในประเทศ ส่งผลให้ระดับราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ามีความเหมาะสมและสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเริ่มแรกของการเข้าสู่ตลาดไทย
ช่วงราคาประมาณในปี พ.ศ. 2569 (อ้างอิงแนวโน้มตลาดปัจจุบัน)
- รถไฟฟ้าขนาดเล็ก (City EV) ราคาประมาณ 600,000 – 800,000 บาท
- รถไฟฟ้าขนาดกลาง (Sedan / Crossover) ราคาประมาณ 800,000 – 1,200,000 บาท
- รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม ราคาประมาณ 1,300,000 บาทขึ้นไป
ตัวอย่างแบรนด์ที่ทำตลาดในไทย เช่น
- BYD
- MG
- GWM
- Tesla
จำนวนเงินผ่อนที่จะต้องชำระต่อเดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ อาทิ ราคารถยนต์ เงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาการผ่อนชำระ เป็นต้น

หลักการสำคัญที่ต้องรู้ก่อนการพิจารณาค่างวดผ่อนชำระ
1. เงินดาวน์มีผลโดยตรงต่อค่างวด
- ดาวน์ 10% → ค่างวดสูง
- ดาวน์ 20% → ค่างวดลดลงชัดเจน
- ดาวน์ 25% ขึ้นไป → ภาระดอกเบี้ยลดลงมาก
ตัวอย่างคำนวณ (รถยนต์ไฟฟ้าราคา 900,000 บาท)
- ดาวน์ 20% = 180,000 บาท
- ยอดจัดไฟแนนซ์ = 720,000 บาท
2. อัตราดอกเบี้ยรถยนต์ไฟฟ้า
ดอกเบี้ยรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยปี พ.ศ. 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.98% – 5.25% ต่อปี หมายเหตุ : ดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับประวัติเครดิตผู้กู้, ระยะเวลาผ่อนชำระ, วงเงินกู้, และ ข้อเสนอโปรโมชั่น ของสถาบันการเงินต่างๆ
ข้อควรรู้ : ดอกเบี้ยรถยนต์ส่วนใหญ่เป็นแบบ Flat Rate อย่าดูแค่ % ต่อปี ต้องดูยอดดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญา
3. ระยะเวลาในการผ่อน
- 48 เดือน → ค่างวดสูง แต่จบเร็ว
- 60 เดือน → สมดุล
- 72 – 84 เดือน → ค่างวดต่ำลง แต่ดอกเบี้ยรวมสูงขึ้น
4. ตัวอย่างค่าผ่อนต่อเดือน (ประมาณการปี พ.ศ. 2569)
กรณีรถยนต์ไฟฟ้าราคา 900,000 บาท ดาวน์ 20% ดอกเบี้ย 2.79% ผ่อน 60 เดือน
- วงเงินสินเชื่อ (ยอดจัด) : 720,000 บาท
- ค่าผ่อนต่อเดือน : ประมาณ 13,000 – 15,000 บาท
กรณีรถยนต์ไฟฟ้าราคา 750,000 บาท ดาวน์ 15% ผ่อน 72 เดือน
• ค่าผ่อนต่อเดือน : ประมาณ 10,000 – 12,000 บาท
หมายเหตุ : ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณการ โดยอัตราดอกเบี้ยผู้บริโภคควรตรวจสอบ
กับบริษัทไฟแนนซ์อีกครั้ง
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ (Why it matters)
การดูแค่ “ผ่อนไหวไหม” อาจยังไม่เพียงพอ ผู้บริโภควรพิจารณาถึงค่าใช้จ่าย ดังนี้
- ภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio)
- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ประกันภัยชั้น 1
- ค่า Wall Charger ที่บ้าน (ประมาณ 30,000 – 60,000 บาท)
- ค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือน
แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีค่าน้ำมันแต่อาจมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมัน อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์น้ำมัน พบว่า
- ค่าเชื้อเพลิงลดลง 50–70%
- ค่า Maintenance โดยรวมอยู่ในระดับต่ำกว่า
- ไม่มีค่าบำรุงรักษาเครื่องยนต์แบบเดิม เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
ดังนั้น ในระยะยาวรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อาจคุ้มค่ากว่ารถยนต์น้ำมัน โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้งานในระยะทางต่อวันค่อนข้างสูง หรือมีความถี่ในการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ
วิธีคำนวณและเช็คก่อนตัดสินใจ (Checklist) ก่อนซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในปี พ.ศ. 2569
ดังนี้
• คำนวณรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย
• ค่างวดไม่ควรเกิน 30–35% ของรายได้ต่อเดือน
• เปรียบเทียบดอกเบี้ย 2–3 ไฟแนนซ์
• เช็คราคาแบตเตอรี่และการรับประกัน
• ตรวจสอบสถานีชาร์จใกล้บ้าน / ที่ทำงาน
• คำนวณค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือนจากระยะทางที่ใช้จริง
ตัวอย่างการประมาณค่าไฟฟ้าสำหรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า : หากมีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเฉลี่ยวันละประมาณ 50 กิโลเมตร ค่าไฟฟ้าสำหรับการชาร์จอาจอยู่ในช่วงประมาณ
1,200 – 2,000 บาทต่อเดือน ขึ้นกับรุ่นรถและอัตราค่าไฟ
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากไม่มีการวางแผนอย่างเหมาะสม
- ภาระการผ่อนชำระเกินกำลัง
- การติดหนี้ระยะยาว 7 ปี โดยไม่จำเป็น
- การประเมินค่าใช้จ่ายติดตั้งระบบชาร์จต่ำเกินจริง
- การเลือกรุ่นรถยนต์ที่ราคาตกเร็วในตลาดรถยนต์มือสอง
รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินทรัพย์ที่ “พัฒนาการทางเทคโนโลยีรวดเร็ว”
ทั้งนี้ จึงควรคำนึกถึงปัจจัยเรื่องมูลค่าการขายต่อในอนาคตด้วย
เอกสารที่ต้องใช้ในการขอไฟแนนซ์เพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติ
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3–6 เดือน
- Statement ธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน
- หนังสือรับรองการทำงาน
- เอกสารอื่น ๆ (แล้วแต่กรณี)
ข้อเสนอแนะเพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติ
- รักษาประวัติเครดิตให้ดี ไม่มีประวัติค้างชำระ
- ลดภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio) ให้อยู่ในระดับเหมาะสม
- เตรียมเงินดาวน์ในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงของสถาบันการเงิน
บทสรุป
รถยนต์ไฟฟ้า ในปี พ.ศ. 2569 มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นโดยประมาณ 600,000 บาท และอาจสูงขึ้นตามขนาด รุ่น และระดับอุปกรณ์ ทั้งนี้ ค่างวดผ่อนชำระรายเดือนโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 10,000 – 15,000 บาท ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ ได้แก่ จำนวนเงินดาวน์ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาการผ่อนชำระ ตลอดจนประวัติเครดิตและศักยภาพทางการเงินของผู้ซื้อ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าไม่ควรพิจารณาเฉพาะค่างวดผ่อนรายเดือนเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าเบี้ยประกันภัย ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้า ค่าไฟฟ้าสำหรับการชาร์จ รวมถึงมูลค่าการขายต่อในอนาคต เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับแผนการเงินในระยะยาว






